วันศุกร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เลี้ยงลูกอย่างไรให้คิดเป็น!!


  การดูแลบุตรของท่าน สำคัญมากที่ต้องมีวิธีดูแลที่ต่างกันออกไปตามแต่อายุ และ นิสัยของเด็ก.…เพื่อให้การอบรมได้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเองค่ะ
😛    วันนี้เรามี… วิธีการเลี้ยงลูกอย่างไรให้คิดเป็น มาฝากกันจ้า…!! 😛
😆   ทุกวันนี้ คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อยมักเชื่อมโยงคำว่า “ #คิดเป็น” กับคำว่า #เรียนเก่ง เข้าด้วยกันโดยเชื่อว่า ถ้าลูกเรียนหนังสือเก่งแล้ว ลูกจะสามารถคิดเป็นด้วย ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว คำว่า “เรียนเก่ง” กับคำว่า “คิดเป็น” นั้นอาจจะเป็นสองคำที่ไม่ได้ไปด้วยกันในรูปแบบของสมการตามที่คุณพ่อคุณแม่คิดหรือนึกไว้ก็ได้ กล่าวคือ คนที่เรียนเก่งอาจไม่จำเป็นต้องคิดเป็น หรือคนที่คิดเป็นอาจไม่จำเป็นต้องเป็นคนเรียนเก่งก็ได้  ซึ่งตัวอย่างก็มีปรากฏให้พบเห็นอยู่ไม่น้อยในสังคมไทยปัจจุบัน เช่น การที่บุคคลที่มีการศึกษาสูง ซึ่งเรามักยกย่องว่าเป็นคนเรียนดี เรียนเก่งแล้วแก้ปัญหาชีวิตของตนโดยการเบียดเบียน หรือทำร้ายชีวิตทั้งของตนเองและผู้อื่น
ดังนั้น  คำถามสำคัญสำหรับคุณพ่อคุณแม่คงไม่ใช่คำถามที่ว่า “ทำอย่างไรให้ลูกเรียนเก่ง” แต่น่าจะเป็นคำถามที่ว่า “ทำอย่างไรให้ลูกคิดเป็น และสามารถใช้ชีวิตในการอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมที่มีแต่ความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีความสุข” มากกว่า



 เปิดโอกาสให้ลูกคิด และตัดสินใจด้วยตนเองบ้า
       คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรคิดหรือทำสิ่งต่างๆ ให้ลูกไปเสียทุกอย่าง แต่ควรส่งเสริมให้ลูกได้คิดเพื่อตัวเองด้วย เมื่อคุณครูมอบหมายงานที่ให้ลูกทำ คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกได้ใช้ความสามารถ และจินตนาการของตนเองในการทำงานดังกล่าว ไม่ควรช่วยคิดหรือทำแทนลูก
– เปิดโอกาสให้ลูกได้เผชิญกับปัญหาหรือความยากลำบากในชีวิตบ้าง คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรปิดกั้นปัญหา หรือความยากลำบากที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตลูก กล่าวอีกนัยหนึ่ง คือเปิดโอกาสให้ลูกได้เผชิญกับปัญหา และเรียนรู้วิธีการจัดการกับปัญหาด้วยตัวของลูกเอง โดยที่คุณพ่อคุณแม่คอยเฝ้าดูและให้คำแนะนำ ปรึกษาอยู่ห่างๆ
 ส่งเสริมให้ลูกมีความรับผิดชอบ ในปัจจุบันคุณพ่อคุณแม่จำนวนมากไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ลูกที่เรียนรับผิดชอบสิ่งต่างๆ ด้วยตนเอง
    เช่น ถ้าคุณครูมอบหมายงานให้ลูกทำเป็นการบ้าน คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่ มักจะขอร้องให้คุณครูช่วยบอกคุณพ่อ หรือคุณแม่เป็นรายบุคคลอีกครั้งหนึ่ง หรือเขียนเป็นจดหมายบอกคุณพ่อคุณแม่เป็นการส่วนตัว โดยอ้างเหตุผลว่า ลูกไม่ค่อยรับผิดชอบ ไม่ยขอมจดสิ่งที่คุณครูสั่งหรือไม่ยอมบอก ทำให้ไม่ได้ทำงานที่ได้รับมอบหมาย อันที่จร้งแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรใช้โอกาสดังกล่าวในการฝึกความรับผิดชอบของลูก ถ้าลูกลืมหรือไม่ทำสิ่งที่ได้รับมอบหมาย ลูกจะได้เรียนรู้บทเรียนด้วยตนเองและครั้งต่อไป ลูกจะได้เรียนรู้วิธีการกับปัญหาว่าควรทำอย่างไรเป็นต้นไป
 ฝึกให้ลูกได้ช่วยงานบ้าน หรืองานในกิจวัตรประจำวันบ้าง
     เช่น ถูบ้าน ล้างจาน รดน้ำต้นไม้   เพื่อให้ลูกมีโอกาสทำสิ่งต่างๆ เพื่อผู้อื่นบ้างฝึกการลงมือปฎิบัติจริง เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตนเอง และได้บทเรียนจากการทำงานรวมตลอดถึงเปิดโอกาสให้ลูกได้อยู่กับตนเอง ทั้งนี้เพื่อเรียนรู้และชื่นชมความงามของธรรมชาติรอบตัว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น