จากการรวบรวมผลการศึกษาวิจัย ยืนยันตรงกันว่า เด็กที่คลอดโดยวิธีผ่าคลอดอาจมีโอกาสเจ็บป่วยมากขึ้นถึง 20%*
และเสี่ยงต่อระบบภูมิต้านทานที่พัฒนาล่าช้าตั้งแต่เกิด เมื่อเทียบกับการที่เด็กคลอดด้วยวิธีธรรมชาติผ่านทางช่องคลอด
ทำไม? เด็กผ่าคลอดอาจมีโอกาสป่วยง่ายกว่าเด็กคลอดตามธรรมชาติ
เพราะเด็กที่ผ่าคลอดจะคลอดออกมาทางแผลผ่าตัดหน้าท้อง ทำให้หมดโอกาสที่จะได้รับจุลินทรีย์สุขภาพโพรไบโอติก เหมือนๆ กับเด็กที่คลอดตามธรรมชาติซึ่งจะได้รับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์นี้ผ่านทางช่องคลอดและลำไส้ใหญ่ส่วนล่างของแม่ โดยจะพัฒนาต่อไปเป็นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานตั้งต้นที่สำคัญในวัยแรกเกิดของลูกน้อย
เพราะเด็กที่ผ่าคลอดจะคลอดออกมาทางแผลผ่าตัดหน้าท้อง ทำให้หมดโอกาสที่จะได้รับจุลินทรีย์สุขภาพโพรไบโอติก เหมือนๆ กับเด็กที่คลอดตามธรรมชาติซึ่งจะได้รับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์นี้ผ่านทางช่องคลอดและลำไส้ใหญ่ส่วนล่างของแม่ โดยจะพัฒนาต่อไปเป็นระบบภูมิคุ้มกันต้านทานตั้งต้นที่สำคัญในวัยแรกเกิดของลูกน้อย
เมื่อลูกน้อยมีพัฒนาการภูมิต้านทานล่าช้า ความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยก็เป็นไปได้ง่ายขึ้น อาการที่มักเห็นในเด็กเล็กเพิ่มมากขึ้นๆ ในปัจจุบัน เช่น เป็นผื่นคัน อาการน้ำมูกไหลง่าย หรือเป็นโรคภูมิแพ้ตามมา การใส่ใจเสริมสร้างคืนภูมิต้านทานให้ลูกน้อยหลังการผ่าคลอดจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องใส่ใจ
คุณแม่ผ่าคลอด เลือกคืนภูมิต้านทานตั้งต้นให้ลูกน้อยได้
นมแม่ นับว่าที่ความสำคัญอย่างมากสำหรับลูก โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกที่ลูกจะมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคที่จะเป็นอุปสรรคต่อพัฒนาการด้านอื่นๆ หรือในรายที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้หรือมีไม่เพียงพอ ควรเลือกนมสูตรเสริมจุลินทรีย์สุขภาพ หรือ โพรไบโอติก และอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพ พรีไบโอติก ชนิดดังกล่าว ทำงานร่วมกันแบบ ซินไบโอติก ที่มีผลวิจัยยืนยันแล้วว่าสามารถสร้างเสริมภูมิต้านทานตั้งต้นที่แข็งแกร่งให้ลูกน้อยได้
รู้แบบนี้แล้วคุณแม่ผ่าคลอดคงจะสบายใจขึ้น อย่างไรก็ดี คุณแม่ยังสามารถขอรับคำปรึกษาเพิ่มเติมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อคืนภูมิต้านทานตั้งต้นได้อย่างเหมาะสมให้กับลูกน้อยของคุณแม่ได้

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น